นักวิทย์เร่งตามหาโรคปริศนา “Disease X”

SPONSORED LINKS

นักวิทย์เร่งตามหาโรคปริศนา “Disease X” ในป่าฝนที่คองโก แพร่ระบาดได้เร็วเท่า Covid-19 แต่มีอัตราการตายสูงกว่าหลายเท่า

ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชียวชาญ จำนวนมากได้เปิดเผยปฏิบัติการล่าหาโรคชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “Disease X” หลังจากช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมาพวกเขาได้พบหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งมีอาการคล้ายโรค “อีโบล่า” จึงถูกนำไปตรวจสอบและได้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจคือ “เธอไม่ได้ป่วยเป็นโรคอีโบล่า ทุกคนจึงตั้งคำถามเหมือนกันว่า หากเธอป่วยเป็นโรค “Disease X” ล่ะ??

Disease X เป็นโรคทางทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกลัวว่าอาจนำไปสู่การระบาดที่ร้ายแรงทั่วโลก หากเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม ซึ่ง WHO ได้ระบุไว้ว่า “X” ย่อมาจากสิ่งที่ไม่คาดคิด

Disease x ซึ่งเป็นโรคที่รู้จักกันเป็นครั้งแรก สามารถแพร่กระจายไปทั่วโลกได้เร็วพอๆกับ Covid-19 แต่มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 50%-90% ของโรค Ebola (อัตราการเสียชีวิตของโรคอีโบล่าอยู่ที่ประมาณ 39.5% ต่อปี)

นี่ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ มันเป็นความกังวงทางวิทยาศาสตย์โดยอาศัยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ “เราทุกคนต้องหวาดผวา” ดร.ดาดิน บอนโกเล กล่าวว่า “โรค Disease x นี้ไม่ใช่โรคอีโบลา ไม่ใช่โควิด เราต้องกลัวโรคใหม่แล้วตอนนี้”

มนุษย์ชาติต้องเผชิญกับไวัสชนิดใหม่และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากป่าฝนเขตร้อนของแอฟริกา ตามที่ศาสตราจารย์ jean jacques Muyembe tamfum หนึ่งในผู้ค้นพบไวรัสอีโบลาในปี 1976 และเป็นแนวหน้าของการตามล่าหาเชื้อโรคใหม่ๆกล่าว

ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เชื้อโรคชนิดใหม่จะออกมา เขากล่าวกับ CNN และนั่นคือสิ่งที่ถือเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ชาติ

ในฐานะนักวิจัยรุ่นใหม่ Muyembe ได้เก็บตัวอย่างเลือดครั้งแรกจากเหยื่อของโรคลึกลับที่ทำให้เกิดอาการตกเลือกและคร่าชีวิตผู้ป่วยประมาณ 88% และ 80% ของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในโรงพยาบาลเมื่อพบโรคนี้

ขวดเลือดถูกส่งไปยังเบลเยียมและสหรัฐอเมริกาในคองโกและที่อื่นๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นทหารรักษาการณ์เพื่อเตือนภัยในอนาคต

นับตั้งแต่มีการติดเชื้อไข้เหลืองจากสัตว์สู่คนเป็นครั้งแรกในปี 1901 นักวิทยาศาสตร์พบไวรัสอีกอย่างน้อย 200 ชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆในมนุษย์ จากการวิจัยของ Mark Woolhouse ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัย Edinburgh พบว่ามีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในอัตรา 3-4 ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสัตว์

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าจำนวนไวรัสที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการทำลายระบบนิเวศ ตัดไม้ทำลายป่าและการค้าสัตว์ป่า

เมื่อแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันหายไป สัตว์เช่น หนู ค้างคาว และแมลงจะอยู่รอดเมื่อสัตว์ขนาดใหญ่ถูกกำจัดออกไป ซึ่งพวกมันสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้และมักจะกลายเป็นพาหะนำโรคใหม่ๆมาสู่มนุษย์

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งตามหาต้นตอของโรคดังกล่าวในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณป่าดิบชื้น เพื่อให้สามารถศึกษาและหาทางเตรียมตัวหรือป้องกันได้ทัน ก่อนเกิดการระบาดขึ้นอีกในอนาคต

ความกลัวในการเผชิญหน้ากับไวรัสตัวใหม่ที่อันตรายถึงตายยังคงมีอย่างมากในพื้นที่ เพราะหลังจากการฟื้นตัวของผู้ป่วยที่แสดงอาการคล้ายอีโบลา ตัวอย่างของเธอได้รับการทดสอบในสถาบันวิจัยชีวการแพทย์แห่งชาติคองโก (INRB) ซึ่งพวกเขาได้ทำการทดสอบเพิ่มเติมสำหรับโณคอื่นๆ ที่มีอาการคล้ายกันผลปรากฏว่าเป็นลบทั้งหมด นั่นจึงทำให้ความเจ็บปวดที่ส่งผลกระทบต่อเธอนั้น ยังคงเป็นปริศนา

นักวิทยาศาสตร์ได้แนะนำทิ้งท้ายว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติคือารปกป้องป่ส เพราะธรรมชาติมีอาวุธร้ายแรงเก็บเอาไว้เสมอ

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Locid Motors อยู่ระหว่างการเจรจาสร้างโรงงานรถยนต์ EV ในซาอุดีอาระเบีย

Locid Motors อย ...

Translate »