ผู้คนล้วน “เหงามาก”

SPONSORED LINKS

ผู้คนล้วน “เหงามาก”

ยุค Social Network ยุค IT มีแต่คนเหงา….นายแพทย์วิทยา นาควัชระ แนะนำให้รู้จักนิสัยไม่ดีที่ทำให้คนเหงาได้ง่าย ๆ คือ….

➡️➡️คิดเก่ง วางแผนเก่ง แต่ไร้ความรู้สึก ไม่ลึกซึ้ง
คนเหล่านี้มักมี IQ สูง เรียนเก่ง วางแผนทำงานได้ดี แต่ขาดความลึกซึ้งในจิตใจ ขาดอารมณ์และจิตสำนึกที่ดี เพราะว่าจะสนใจวิทยาการสมัยใหม่ เช่น อุปกรณ์สื่อสาร คอมพิวเตอร์ เรียนรู้ได้เร็ว แต่ไม่ลึกซึ้งกับความรู้สึกของเพื่อนมนุษย์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์อื่น ๆ ได้ยาก…จึงกลายเป็นคนที่แลดูฉลาดแต่เปลือกนอก แต่เหมือนขาดวิญญาณของความเป็นมนุษย์

วัน ๆ เอาแต่นั่งหน้าจอคอมพ์ เล่นเกมส์ หรือ หาทางสื่อสัมพันธ์แบบหลวม ๆ หรือไม่จริงใจกับคนในระบบสื่อสารใหม่ ๆ โดยไม่สนใจ “ความรู้สึก” จริง ๆ ทั้งของตนเองและคนอื่น….เมื่อไม่มีความสัมพันธ์กับใครที่ลึกซึ้งก็เหงาได้ง่ายแน่ ๆ

➡️➡️ไม่สนใจคุณธรรม
คนเหล่านี้มักไม่มีคุณธรรมด้วย เพราะคิดว่าคุณธรรมเป็นเรื่องจับต้องไม่ได้ ไม่เกิดประโยชน์ในปัจจุบัน พวกนี้จึงขาดหลักยึดในใจในการดำเนินชีวิต

คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเรื่องกตัญญูกตเวที อาจจะพูดถึงเพื่อจะได้แลดูเท่ ๆ พวกนี้จะเหงาในอนาคต เพราะส่วนลึกของจิตใจขาดที่พึ่งและมโนธรรม

➡️➡️เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง (Self Center)
เป็นกันมากล้วนแต่คิดถึงแต่ตัวเอง และคิดแบบฟุ้งซ่าน ฟุ้งเฟ้อ อยากรวย-สวย-หล่อ-เก่ง-ดัง เร็ว ๆ ด้วย มักประเมินตัวเองสูงไป เมื่อไม่ได้ดังใจนึกก็ผิดหวัง จะโทษคนอื่นและสังคมและโกรธตัวเองในที่สุด…พวกนี้จะสะเทือนใจง่าย…ถ้าผิดหวัง ทนความทุกข์ไม่ได้ ทำผิดได้ง่าย มักเป็นคนอ่อนแอและอ่อนไหว รักและพัฒนาตัวเองไม่เป็น มักเกลียดตัวเองและโกรธคนอื่น
แล้วจะไม่เหงาได้อย่างไร?

➡️➡️ขาดความอดทน
ด้วยความที่เคยชินต่อความสะดวก สบายในการใช้เครื่องมือสื่อสาร และมีพ่อแม่คอยตามใจ จึงไม่มีความอดทน ทนความทุกข์และผิดหวังได้ยาก เวลาไม่พอใจอะไรก็เปลี่ยน… เหมือนเปลี่ยน window ในหน้าจอคอมพ์
พวกนี้จึงเปลี่ยนงาน เพื่อน คนรัก กิจกรรมต่าง ๆ บ่อยมาก ทำให้ขาดมิตรแท้ เกิดศัตรูได้ง่าย…แล้วจะหา “อะไร” ที่มาลงตัวทำให้ไม่เบื่อได้เล่า?

➡️➡️ประเมินตัวเองเกินความจริง
คนรุ่นนี้จะประเมินตัวเองสูงไป คาดหวังสูง เมื่อไม่ได้ก็ผิดหวังแล้วโทษตัวเอง+สิ่งแวดล้อม ทำให้โกรธเกลียดตัวเอง….แต่คนรุ่นก่อนมักเหงาเพราะประเมินตัวเองต่ำไป

➡️➡️ขาดสมาธิ
เพราะมักชอบทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เช่น การเปิดวินโดว์หลาย ๆ อันในหน้าจอคอมพ์เพื่อทำงานหรือสนุกสนานเพลิดเพลินในเวลาเดียวกัน ทำให้มีสมาธิสั้น เมื่อไม่ถูกใจก็กดเปลี่ยนช่องไป จึงชอบแสวงหาชนิดไม่มีวันหยุด หรือเมื่ออยู่กับเพื่อนก็สนใจติดต่อกับคนอื่นทางเครื่องมือ Social Network ไม่สนใจคนนั่งตรงหน้า ไม่สนใจคนที่อยู่ด้วยถือว่าเป็นแฟชั่น (แต่น่าสมเพชมากกว่า)….สิ่งเหล่านี้ทำให้ขาดสติ-สมาธิ-ปัญญา และเหงาได้มากในที่สุด

➡️➡️กลัวการแพ้-กลัวการเสียหน้า
แม้เหงาก็ไม่ยอมรับว่าเหงา คิดถึงคนก็ไม่กล้าบอกเขาว่าคิดถึง ขอโทษไม่เป็น ขอบคุณใครก็พูดไม่ได้….มี ego มาก และเป็น ego เทียม ๆ ด้วย

➡️➡️แบ่งปันไม่เป็น
ชอบเป็นผู้รับ ให้คนอื่นไม่เป็น อยากเอาชนะทุกรูปแบบ ถ้าจะให้คนอื่นก็หวังผลตอบแทนที่มากกว่า เมื่อได้แล้วก็ลืมบุญคุณ เพราะขาดวิสัยทัศน์เรื่องคุณธรรมไง….แล้วใครจะชอบเขา! แล้วเขาจะชอบใครได้? ก็เป็นโดดเดี่ยวที่ไม่น่ารักต่อไป
ขอบคุณ ตอบโจทย์ชีวิต ของ นายแพทย์วิทยา นาควัชระ
———————————————-
ลองคิดดูนะ…ถ้าสังคมเรามีคน “เหงา” เหงามาก” เหงาโคตรๆ” สังคมจะเป็นยังไง สังคมที่ไร้ความรัก มิตรภาพ ขาดคุณธรรม เน้นแต่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีสมัยใหม่…มันจะมีอะไรให้ชื่นใจ เหมือนจะฉลาด…แต่ไม่ฉลาด เหมือนจะเอาตัวรอด…แต่ไม่รอด

ตกลงเหงากันไหม😉

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Coinbase ซื้อกิจการ Paradex Exchange เปลี่ยน GDAX เป็น Coinbase Pro

การย้ายฐานการผล ...