สูตรรักษาภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด

SPONSORED LINKS

ภูมิแพ้ คือ การที่ผู้ป่วยมักมีอาการดังนี้คือ

  • แพ้อากาศ หวัดเรื้อรัง (Allergic Rhinitis) ตอนเช้ามีน้ำมูก มีเสมหะในคอตลอดเวลา
  • หอบหืด (Asthma) อยู่ในกลุ่มภูมิแพ้ต่อตัวเอง เนื้อเยื่อในหลอดลมบวมหลอดลมตีบ หายใจลำบาก
  • ภูมิแพ้ที่ตาและหู (Allergic Conjunctivitis) จะมีอาการคัน ระคายเคือง แสบเคืองตา มีตุ่มเม็ดเล็กอยู่ในหูหรือหูอื้อ หูน้ำหนวก
  • ผื่นแพ้ (Urticaria, Dermatitis, Ezema) หรือลมพิษ คือโดนสารที่ระคายเคือง จะเกิดผื่นขึ้นมา
  • แพ้อาหาร (Food Allergy) เช่น แพ้อาหารทะเล แพ้ถั่ว
  • แพ้แมลงและปฏิกิริยาแอนาฟัยแลคติก (Anaphylactic) ที่พบมากคือ แพ้แมลงสาบ
  • แพ้ยา (Drug Allergy)

อาการ

คันจมูก หรือคอ ตา ผิวหนัง, น้ำมูกไหล, สูญเสียการรับกลิน, จมูกตัน, ไอ, ปวดศีรษะ, มีน้ำตาลไหล

สาเหตุ

จากสารที่กระตุ้นทำให้แพ้ ได้แก่ ไรฝุ่น ปีกแมลงสาบ เกสรดอกไม้ ผู้เป็นภูมิแพ้จำนวนมากไม่ได้เป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก แต่เกิดจากการทำงานหนัก อดหลับอดนอนกินอาหารไม่ดี อยู่ในแหล่งที่มลพิษมาก ที่ทำงานสูบบุหรี่ ทำให้เกิดอนุมูลอิสระถ้ากำจัดอนุมูลอิสระได้ อาการภูมิแพ้จะดีขึ้น

ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ทุกชนิด รวมถึง “นมวัว” เพราะคนไทยจำนวนมากแพ้นมวัว ให้ทดลองหลีกเลี่ยงนมวัวระยะหนึ่ง ผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด รวมถึง ไอศกรีม คอฟฟีเมต อาการภูมิแพ้จะดีขึ้นมาก กินแคลเซียมจากแหล่งอื่นแทน เช่น ปลาเล็กปลาน้อย, งาดำบดวันละ 4 ช้อนชาเท่ากับแคลเซียมที่ต้องการใน 1 วัน ต้องเป็นงาดำบดเพราะแคลเซียมจะดูดซึมได้ ผักต่างๆ ที่มีแคลเซียมสูง เช่น คะน้า

รักษาภูมิแพ้แบบธรรมชาติบำบัด

  1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ขนสุนัข, เกสรดอกไม้, ฝุ่นในบ้าน, ควันบุหรี่, นมวัวและผลิตภัณฑ์จากวัว ฯลฯ
  2. ปรับอาหาร กินอาหารที่ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินซีจะอยู่ในอาหารประเภทเปรี้ยว, ฝาด คือ ผัก ผลไม้สด รวมถึง วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน คือ ผักผลไม้ที่มีสีเขียวจัด, สีเหลือง, สีแดง, สีม่วง, แครอท มีเบต้าแคโรทีน ผักพื้นบ้านไทยก็มีเบต้าแคโรทีนมาก เช่น ชะอม, ผักเหลียง, ผักปัง, ผักขี้เหล็ก มีมากกว่าแครอท 40 เท่า และวิตามินอีมีอยู่ในเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน, เมล็ดฟักทอง, จมูกขาว ควรกินข้าวกล้องเพราะมีจมูกข้าวมาก ควรดื่มน้ำผลไม้สดวันละ 2 แก้ว
  3. การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ อย่างต่ำสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาทีขึ้นไป จะทำให้ดีขึ้น
  4. เพิ่มภูมิต้านทาน เช่น อบสมุนไพร, ซ่าวน่า, อบแสงแดด เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะมีไข้ ไข้ไม่ใช่เชื้อโรค แต่เป็นสัญญาณกระตุ้นให้ภูมิต้านทานออกมาทำงานให้สมดุลขึ้น เราทำเพื่อหลอกกระตุ้นให้ภูมิต้านทานทำงานโดยการทำให้มีไข้ เช่น อบซาวน่าหรืออบแสงแดด ร่างกายจะเหมือนมีไข้ ภูมิต้านทานจะออกมาทำงานอบแสงแดดช่วงบ่าย ใช้ผ้าคลุมหน้าและตัว นอนหงาย-คว่ำ อย่างละ 10 นาที ถ้าไม่สะดวก ใช้วิธีอาบน้ำอุ่นสลับน้ำเย็นอย่างละ 1 นาที 2-3 รอบ

ธรรมชาติบำบัดรักษาภูมิแพ้

  1. การอดอาหารล้างพิษ เพื่อทำลายอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษในร่างกาย
  2. การสวนล้างลำไส้ (ดีท็อกซ์)
  3. การฝังเข็มมีบริการในการแพทย์แผนจีน ตามโรงพยาบาลในไทยมีให้บริการแล้วหลายแห่ง

การอดอาหารเพื่อล้างพิษ มีเหตุผลดังนี้คือ

  • การกินอาหารจะใช้พลังงานในการย่อยอาหาร ถ้าเราอดอาหาร ร่างกายจะไม่ใช้พลังงาน แต่จะใช้พลังงานไปกำจัดสารพิษแทน
  • การกินอาหารเหมือนจุดเพลิงในร่างกาย ทุกครั้งที่มีการเผาไหม้จะเกิดอนุมูลอิสระทุกครั้ง การหายใจคือออกซิเจนเข้าไปสันดาปเกิดเป็นพลังงาน สิ่งที่เกิดขึ้น อนุมูลอิสระ ฉะนั้นคนที่กินน้อยจะอายุยืน เพราะร่างกายเผาผลาญน้อยลง อนุมูลอิสระจะน้อย สุขภาพจะดี
  • ขับสารพิษจากลำไส้ใหญ่ โดยที่ลำไส้ใหญ่เป็นที่พักอุจจาระ พองตัวเป็นที่เก็บอุจจาระ อาหารจากปากจนถึงทวารหนัก ใช้เวลา 24-48 ชั่วโมง เป็นทางผ่านของสารพิษ ร่างกายจะดูดขับโดยตับ แล้วขับออกกับน้ำดี น้ำดีเข้ามาผสมกับกากอาหารที่เหลือจากการย่อย อุจจาระจึงมีสีเหลืองของน้ำดี การดูดน้ำกลับ ทำให้อุจจาระเป็นก้อน หรือ เป็นก้อนแข็งๆ บางคนท้องผูก 7 วัน หรือเคยพบบางคนไม่อุจจาระเป็นเดือน อุจจาระจะดูดน้ำกลับเรื่อยๆ จนแข็ง สารพิษจะถูกดูดกลับไปกับน้ำด้วย ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้

การอดอาหารไม่ใช่ไม่กินอาหารเลย แต่เป็นการกำจัดการกินอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 แคลอรี/วัน ซึ่งเป็นพลังงานที่น้อยที่สุดที่ร่างกายต้องการ แหล่งพลังงานสำรองของร่างกายคือ ไกลโคเจนซึ่งอยู่ในกล้ามเนื้อ ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนไปเมื่อไกลโคเจนใกล้หมด ร่างกายจะใช้พลังงานแหล่งที่ 2 คือ ไขมัน ทำให้ผอมลง และยังทำให้ล้างพิษในร่างกายได้ดีอีกด้วยครับ

เราจะเลือกกินผลไม้ช่วยในช่วงอดอาหารได้ ต้องเป็นผลไม้ไม่หวาน เนื้อโปร่ง ไม่เป็นเนื้อแป้ง เช่น ฝรั่ง, แตงโม, ชมพู่, มะละกอสุก, สับปะรด ห้ามผลไม้หวานจัดเนื้อแป้งเยอะ เช่น ทุเรียน, กล้วย, ละมุด

ช่วงเวลาของการอดจะเกิดปฏิกิริยาดังนี้ คือ

  1. ในระยะแรกช่วงเวลาอดอาหาร 1-6 ชั่วโมง นั้นจะมีอาการเริ่มหิว ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงทำให้หิว
  2. ในระยะสองเวลาอดอาหาร 6-18 ชั่วโมง ระโหยโรยแรงของร่างการจะเริ่มมีการใช้พลังงานจากไกลโคเจนที่ตับและใช้ไขมันในอวัยวะต่างๆ จนน้ำตาลในเลือดปรกติ จะไม่รู้สึกหิว
  3. ในระยะสามอดอาหาร 12-48 ชั่วโมง จะเกิดการซ่านพิษ กลุ่มสารพิษสะสมในร่างกาย เป็นสารพิษที่ละลายในไขมัน จะถูกละลายในกระแสเลือด ช่วงนี้อาการภูมิแพ้จะหนักขึ้นต้องสวนล้างลำไส้ เพื่อกระตุ้นให้ตับขับสารพิษออกมา ต้องอดทนแล้วจะดีขึ้น
  4. ในระยะสี่อดอาหารเลย 48 ชั่วโมงแล้ว ร่างกายเริ่มปลอดพิษ อาการภูมิแพ้จะลดลง
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

บัตรเดบิต Crypto Cashback เปิดตัวในรัสเซียสำหรับผู้ค้าปลีกอาหารอินทรีย์ในท้องถิ่น

TalkBank ซึ่งเป ...