การล้างพิษตับ 3 วัน

SPONSORED LINKS

การล้างพิษตับนี้ควรเข้าคอร์สศึกษาทดลองก่อน อย่าผลีผลามทำเอง เพราะบางคนมีอาการแพ้ อาทิ ซ่านพิษ ลมตีขึ้น อึดอัดท้อง ตัวเย็น อาเจียน ช็อกเฉียบพลันอาจถึงขั้นเสียชีวิต ต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแลแก้อาการให้ เราย่อข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการล้างพิษตับสูตรสันติอโศก โดยอาจารย์แก่นฟ้า แสนเมือง อาจารย์ขวัญดิน สิงห์คำและจากประสบการณ์คอร์สชีวอโรคยา มาให้ผู้สนใจได้รู้จักครับ

การล้างพิษตับ ควรจะเรียกว่า “การปรับสมดุลสุขภาพองค์รวม” เพราะช่วยในเรื่องระบบเลือด-ลม-ทางเดินอาหารของร่างกาย ช่วยล้างพิษได้หลายอวัยวะ คือ ตับ ตับอ่อน ถุงน้ำดี ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ แพทย์แผนปัจจุบันหลายท่านไม่เคยทดลอง ไม่เชื่อถึงกับต่อต้านโจมตี แต่ก็มีแพทย์แผนปัจจุบันระดับอาจารย์แพทย์หลายท่านที่เคยทำกับตัวเองสนับสนุนให้ทำ มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอบกินส์ ได้ระบุว่า ใช้น้ำมันมะกอกผสมน้ำมะนาวดื่มช่วยขับนิ่วออกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ในเยอรมนีและอังกฤษก็ใช้วิธีนี้มาตั้งแต่ 300 ปีที่แล้ว

ที่มาของการล้างพิษตับในประเทศไทยนำมาจากมาเลเซีย แต่ต้นตำรับนั้นมีมาแต่โบราณกว่า 5,000 ปีแล้ว ค้นพบในโรมัน-อายุรเวทอินเดียและจีน เป็นต้น Dr.Andreas Moritz ชาวเยอรมัน เป็นผู้นำมาเผยแพร่ในยุคปัจจุบันเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว เยอรมนีมีศูนย์ล้างพิษตับมาจนปัจจุบันนี้หลายสาขาทั่วโลก ต่อมาได้แพร่หลายในไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ และทั่วโลก ในไทยเข้ามาประมาณ 10 ปีแล้ว

ผู้ที่ควรจะล้างพิษตับคือผู้ที่มีอาการดังนี้

1.อาการพิษสะสม

ปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด ปวดหลัง ไหล่ คอ เบื่ออาหาร ท้องอืด หน้าคล้ำ ผิวหยาบกร้าน มีแผลร้อนในในปากบ่อย ดูดซึมแป้งมากจนอ้วน ขับถ่าย-ละลายสารพิษไม่ออก มีสิวเสี้ยน ฝ้าดำบนใบหน้า อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม ท้องผูก ริดสีดวงทวาร สตรีมีรอบเดือนมาไม่ปกติ ประสาทตึงเครียดไม่แข็งแรง บุรุษสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ผิวหนังเป็นผื่นคัน ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ผายลมบ่อย โรคเรื้อรัง เช่น โรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบตัน ภูมิแพ้ ไตทำงานหนัก

2.เจ็บป่วยด้วยโรคหรือมีอาการดังนี้

สิว ไขมันในเลือดสูง ผื่นคัน หอบ หืด ภูมิแพ้ นิ่วในตับ นิ่วถุงน้ำดี ปวดท้อง จากนิ่วถุงน้ำดี (นิ่วไปขัดขวางการทำงานของตับทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น ไขมันพอกตับ ตับแข็ง มะเร็งตับ ตับวาย) โภชนาการพร่อง ปวดไหล่-หลัง-แขน ปวดท้อง ปวดตับ โรคหัวใจ เจ็บหน้าอก โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน ท้องผูก มะเร็งระยะเริ่มต้น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ลมชัก โรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับระบบเลือดลม เช่น น้ำเหลืองไม่ดี และโรคเกี่ยวกับระบบเลือดต่างๆ

ข้อควรระวังกับผู้ที่ไม่ควรล้างพิษในตับ ?

ผู้ล้างพิษตับต้องอายุ 16 ปีขึ้นไป ผู้ที่อ่อนเพลียมากๆ ป่วยด้วยโรคเฉียบพลัน เช่น ไข้ ไข้หวัด โรคหัวใจบางชนิด หญิงตั้งครรถ์ ผู้ป่ววยหนัก มะเร็งระยะสุดท้าย โรคเกี่ยวกับตับที่แสดงอาการแล้ว ห้ามล้างพิษในตับทั้งสิ้น!

หลักการล้างพิษตับที่เข้าใจง่ายๆ

อดอาหาร ดื่มน้ำสมุนไพรแทน กินสมุนไพรล้างลำไส้ สวนล้างลำไส้ใหญ่ เพื่อให้ลำไส้สะอาดที่สุด ให้พิษออกมาทางการขับถ่ายได้สะดวก การอดอาหารนี้เพื่อ “พักตับ” เพื่อให้ตับผลิตน้ำดีมารออยู่จำนวนมาก แล้วดื่มน้ำมันมะกอก เอกซ์ตรา เวอร์จิน (หีบเย็น) ผสมกับน้ำผลไม้ตระกูลส้ม น้ำดีซึ่งมีหน้าที่ย่อยไขมันจะถูกขับออกมาอย่างถั่งโถม ทำให้พิษต่างๆ ที่ตกค้างในตับ-ถุงน้ำดี ติดออกมาด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างพิษตับหลายๆ ครั้ง เพราะไม่มีทางที่พิษจะออกมาในครั้งแรกได้ทั้งหมด

การปฏิบัติตนก่อนล้างพิษตับ

ก่อนล้างพิษตับ 7 วัน หรืออย่างน้อย 1-2 วัน ด้วยการงดเนื้อสัตว์ อาหารมัน ของทอด นม ผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ทำดีท็อกซ์ด้วยจะดีมาก

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

บัตรเดบิต Crypto Cashback เปิดตัวในรัสเซียสำหรับผู้ค้าปลีกอาหารอินทรีย์ในท้องถิ่น

TalkBank ซึ่งเป ...