เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วจริงหรือ?

SPONSORED LINKS

เราควรดื่มน้ำวันละ 8 แก้วจริงหรือ ?

ใครที่กำลังควบคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักอยู่ คงคุ้นกับคำกล่าวที่ว่า “ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้ว” อ้างอิงทฤษฏีที่สนับสนุนให้ดื่มน้ำเยอะๆไว้ จะช่วยไม่ให้กินอาหารมากเกินไป คุณรู้ได้เลยว่าคนไหนกำลังทำตามคำแนะนำ เพราะพวกเขาจะต้องวนเวียนเข้าห้องน้ำอยู่บ่อยๆ ครับ เจ้าทฤษฏี 8*8 นี้ (มาจาก 8 แก้ว แกวละ 8 ออนซ์) ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางสำหรับเรื่องต่างๆ อีกมาก นอกเหนือจากการลดน้ำหนักเป็นต้นว่า ทำให้ผิวเปล่งประกายราวกับผิวยอดนางแบบ ไปจนถึงการช่วยขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ถือเป็นการ “ขจัดพิษ

ก่อนเราจะลงลึกไปกว่านี้ ผมอยากบอกว่า ผมชอบน้ำเปล่าครับการดื่มน้ำเปล่าเป็นสิ่งวิเศษสุด ผมถึงกับหวังด้วยซ้ำว่า ผู้ปกครองทั้งหลายจะเลือกน้ำเปล่า (แทนที่จะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มเกลือแร่) ให้เป็นเครื่องดื่มที่พวกเขาโปรดปรานที่สุด แต่ถึงผมจะสนับสนุนน้ำขนาดนี้ผมก็คิดว่าทางที่ดีที่สุดคือ ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าน้ำมีบทบาทสำคัญที่ทำให้กลไกของร่างกายทำงานได้อย่างราบรื่นเป็นปกติคนที่ขาดอาหารยังมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าขาดน้ำ แต่ในภาวะปกติ ข้อเท็จจริงก็คือ ร่างกายมีกลไกที่ดูแลควบคุมปริมาณน้ำได้อย่างดีอยู่แล้ว นั่นคือเมื่อใดที่ร่างกายต้องการน้ำ คุณก็จะรู้สึกกระหาย

คำอธิบายดังนี้ครับ หน้าที่หลักของไต คือการรักษาน้ำและรักษาสมดุลเกลือในร่างกาย โดยสมดุลเกลือจะมีค่าอยู่ในช่วงแคบๆ การดื่มน้ำปริมาณมากๆ เท่ากับทำให้ความเข้มข้นเกลือเจือจาง ไตจะขับน้ำเพิ่มขึ้นปัสสาวะจึงเป็นสีจาง แต่เมื่อไหร่ที่คุณดื่มน้ำน้อย ไตจะพยายามเก็บน้ำไว้ทำให้ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มขึ้น (และกลิ่นแรงขึ้นด้วย) และไม่ว่าคุณจะดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หรือ 20 แก้ว ไตก็จะทำหน้าที่ของมันให้ดีที่สุด

ความขลังของเลข 8 นี้ อาจย้อนรอยกลับไปในปี พ.ศ. 2488 เมื่อคณะกรรมการอาหารและสารอาหารแห่งสหรัฐอเมริกา (the U.S. Food and Nutrition Board) ซึ่งเป็นองค์กรสังกัดสถาบันการแพทย์ ได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติเรื่องอาหารที่ดี และแนะนำให้ดื่มน้ำเท่ากับที่คำนวณว่าร่างกายใช้ในการสลายอาหารให้เป็นโมเลกุลเล็กลง ครั้นถึงปี 2549 แนวทางปฏิบัติที่แนะนำโดยสภาวิจัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ได้ขยับตัวเลขขึ้นไปอีก เป็น 2.7 ลิตรต่อวัน สำหรับผู้หญิง และ 3.7 ลิตรสำหรับผู้ชาย หรือแปลงเป็นขนาดแก้วน้ำจุ 8 ออนซ์ (240 ซีซี) ได้เท่ากับ 11 แก้ว สำหรับผู้หญิง และ 15 แก้วสำหรับผู้ชาย (ผู้ชายเราต้องดื่มน้ำวันละเกือบแกลลอนเชียวหรือนี่!) เป็นไปได้อย่างไร ยังดีที่ในคำแนะนำมีหมายเหตุรายละเอียดสำคัญบางประการไว้ด้วย นั่นคือ สำหรับผู้มีสุขภาพแข็งแรงจะไม่มีปัญหาขาดน้ำ หากดื่มน้ำเสมอเมื่อรู้สึกกระหาย หมายความว่ากลไกประเมินความเพียงพอของน้ำในร่างกาย จะแสดงให้คุณรู้เองว่า เมื่อไรสมควรดื่มน้ำและไม่ต้องกังวลว่า คุณจะต้องดื่มน้ำมากแค่ไหน ร่างกายของคุณจะได้รับน้ำเพียงพอเสมอ อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ อาหารทั่วๆ ไปมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำอยู่ 20% ของน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้มาจากอาหาร ยิ่งถ้าเป็นคนกินผักผลไม้เก่ง ยิ่งได้รับน้ำจากอาหารเพิ่มขึ้นเพราะผักผลไม้ส่วนใหญ่ มีองค์ประกอบไม่ต่ำกว่า 80% เป็นน้ำ เนื้อสัตว์ก็มีน้ำ เช่น เนื้อไก่สุก มีน้ำอยู่ 60%

คนเราควรจะดื่มน้ำมากน้อยเท่าใด ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ อุณหภูมิและความชื้นของอากาศรอบตัว ตลอดจนอาหารที่กินในวันนั้น ถ้าเป็นกิจกรรมหนัก คุณก็จะสูญเสียน้ำไปกับเหงื่อและการระเหย คุณจะรู้สึกหิวน้ำซึ่งเป็นวิธีที่ร่างกายเรียกร้องให้คุณดื่มน้ำชดเชย คนส่วนใหญ่ก็จะดื่มน้ำเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว ถ้ารู้ตัวว่าร่างกายเสียน้ำมาก

ในฐานะหมอ มีหลายครั้งที่ผมแนะนำให้คนไข้ดื่มน้ำมากขึ้น คนไข้ที่เป็นหวัด ถ้ามีไข้ต่ำๆ และหายใจเร็วขึ้นร่างกายจะสูญเสียน้ำมากกว่าปกติผมต้องบอกให้คุณทราบว่า ไม่มีผลการศึกษาชิ้นไหนเลยที่สนับสนุนว่าการดื่มน้ำมากขึ้น จะช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น คำแนะนำนี้มาจากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยและอิงหลักวิทยาศาสตร์ มากกว่าจะเป็นผลการศึกษาวิจัยที่จริงแล้ว เคยมีงานวิจัยย้อนหลัง จากนิตยสารการแพทย์ the British Medical Journal เสนอแนะว่า การดื่มน้ำมากๆ เมื่อมีภาวะติดเชื้อในระบบหายใจนั้นอาจเป็นอันตราย ผมไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปนี้ แต่อยากให้เห็นประเด็นว่า สิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานนั้น อาจจะไม่มีหลักฐานสนับสนุนเลยว่ามันดีจริง

ผมคิดว่า น้ำเป็นเครื่องดื่มที่ดีกว่าเครื่องดื่มอื่นใด แทบไม่มีข้อมูลสนับสนุนว่าน้ำทำให้คุณลดน้ำหนัก แต่มันช่วยได้แน่ ถ้าคุณเลือกดื่มน้ำแทนการดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง นี่เป็นคำแนะนำแรก ที่ผมมักบอกกับคนไข้ที่อยากจะลดปริมาณแคลอรี

ดังนั้นแท้จริงแล้ว ร่างกายของคุณต้องการน้ำในปริมาณมากกว่าวันละ 8 แก้ว แต่คุณไม่ต้องวิตกกับเรื่องนี้ เพราะสมองกับไตช่วยกันดูแลให้อยู่แล้ว ร่างกายจะเตือนให้รู้ถึงเวลาที่ต้องดื่มน้ำให้มากขึ้น ความรู้สึกกระหายน้ำคือการเตือน และแทนที่จะไปห่วงกับจำนวนแก้วมาใส่ใจกับสิ่งที่ดื่มดีกว่า ถ้าคุณเป็นคนชอบดื่มเครื่อมดื่มที่ไม่ใช่น้ำเปล่าละก็ ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงหรือยัง นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณทำได้ง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดี

ข้อเสียการดื่มน้ำมากเกินไป !!

สภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อดื่มน้ำมากเกินไป เรียกว่า “เมาน้ำ” (water intoxication) พบได้ในคนที่กระหายน้ำผิดปกติ ผู้ป่วยทางจิต หรือผู้ได้รับน้ำทางสายยางหรือให้ทางเส้นเลือด หากได้รับน้ำมากเกินไป อาจทำให้ความเข้มข้นของเกลือในเลือดลดลง จนอาจเสียชีวิตได้ แต่ก็เป็นภาวะที่มีโอกาสเกิดน้อยมาก

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Locid Motors อยู่ระหว่างการเจรจาสร้างโรงงานรถยนต์ EV ในซาอุดีอาระเบีย

Locid Motors อย ...

Translate »