การกินน้ำตาลมากๆ จะทำให้เป็นเบาหวานไหม?

SPONSORED LINKS

สมัยผมทำงานที่ศูนย์ควบคุมป้องกันโรคที่ CDC และแม้กระทั่งทุกวันที่ ABC News มักจะมีคนถามผมว่า มีปัญหาสุขภาพเรื่องไหนบ้างที่ทำให้ผมกังวลจนนอนไม่หลับ ผมขอบอกว่า เรื่องเดียวที่สร้างความกังวลให้ผมก็คือ โรคเบาหวานครับ ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยโรคเบาหวานราวๆ 26 ล้านคน โรคเชื้อรังชนิดนี้ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะแทบทั้งหมดในร่างกายเรา การดำเนินของโรคทำให้ไตวาย หลอดเลือดชำรุด เส้นประสาทเสื่อม โรคหัวใจ ตาบอด สมาคมโรคเบาหวาน แห่งสหรัฐอเมริกาให้ตัวเลขว่า เบาหวานเป็นสาเหตุของการถึงแก่กรรม 71,000 รายในปี 2550 ศูนย์ควบคุมป้องกันโรคทำนายว่า เมื่อถึงปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) คนอเมริกัน 1 ใน 3 คนจะเป็นเบาหวาน หากสถานการณ์ความอ้วนและขาดการออกกำลังในปัจจุบันยังไม่ได้รับการแก้ไข

สำหรับหลายๆ คนเวลาได้ยินว่าเบาหวานก็นึกถึงแค่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เข้าใจว่าการกินน้ำตาลไปมากๆ เป็นสาเหตุให้เป็นเบาหวานฟังดูก็เข้าเค้า คนที่เป็นเบาหวานต้องจำกัดการกินขนมหวานและต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยเสมอ

โรคเบาหวาน

จริงหรือเปล่าที่ว่า การกินน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เป็นเบาหวาน ?

อันดับแรก เรามาดูเกี่ยวกับโรคนี้กัน ที่จริงแล้ว เบาหวานแยกย่อยได้เป็น ประเภทต่างๆ ซึ่งแต่ละแบบมีสาเหตุและความเสี่ยงที่ต่างกันไป

  • เบาหวานประเภทที่ 1 หรือที่รู้จักกันในชื่อ เบาหวานในวัยเด็กเพราะเกิดกับเด็กและวัยรุ่น จากการที่ระบบภูมิต้านทานของผู้ป่วยเองไปทำลายเซลล์ของตับอ่อนซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลิน เรายังไม่เข้าใจแน่ชัดว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร อาจจะมีการติดเชื้อบางอย่างเป็นจุดตั้งต้นหรืออาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม อินซูลินเป็นฮอร์โมนซึ่งมีการทำงานหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ควบคุมการนำน้ำตาลไปใช้ในร่างกาย ถ้าปราศจากอินซูลินเซลล์ต่างๆ ก็ไม่อาจนำน้ำตาลไปสร้างพลังงานสำหรับการดำเนินชีวิตได้ระดับน้ำตาลในเลือดจึงเพิ่มสูง ในกรณีของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 การรักษาต้องใช้วิธีฉีดอินซูลิน
  • เบาหวานประเภทที่ 2 หรือที่รู้จักด้วยชื่อ เบาหวานไม่พึ่งอินซูลิน (non-insulin-dependent diabetes mellitus) เบาหวานแบบนี้ ตับอ่อนยังคงผลิตอินซูลิน แต่ปัญหาอยู่ที่เซลล์ไม่ค่อยตอบสนองต่ออินซูลิน ผลก็คือระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูง เคยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเบาหวานในผู้ใหญ่ เพราะผู้ป่วยส่วนมากจะเป็นวัยกลางคน แต่ไม่ใช้ชื่อนี้แล้ว เนื่องจากปัจจุบัน พบเด็กที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างมากระหว่างความอ้วน การขาดการออกกำลังและโรคเบาหวานประเภทที่ 2 สองประการแรกเป็นปัจจัยเสี่ยงที่หากไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะดำเนินไปช้าๆ อาจกินเวลาหลายปีจนตรวจพบเบาหวานในที่สุด ข่าวดีก็คือ หากเรามองเห็นว่าเป็นปัญหาแต่แรก เปลี่ยนแปลงนิสัยการกิน และออกกำลัง เราก็อาจควบคุมไม่ให้เป็นเบาหวานได้ ตามสถิติผู้ป่วยเบาหวาน 95% จะเป็นเบาหวานประเภทที่ 2
  • เบาหวานในหญิงตั้งครรถ์ คล้ายกับเบาหวานประเภทที่ 2 ตรงที่โรคนี้สัมพันธ์กับความอ้วน เชื้อชาติ และประวัติครอบครัว ส่วนมากแล้วระดับน้ำตาลของผูป่วย จะกลับคืนสู่ปกติหลักการคลอดบุตร แต่เมื่อติดตามต่อไปอีก 5-10 ปี ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะกลายเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรตรวจติดตามเสมอ สำหรับวิธีการรักษา ใช้แนวทางเดียวกับเบาหวานประเภทที่ 2

เบาหวานประเภทที่ 1 นั้นไม่สัมพันธ์กับอาหารและน้ำหนักตัว แต่สำหรับเบาหวานประเภทที่ 2 ความอ้วน ประกอบกับนิสัยไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย และพันธุกรรม มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับการเกิดโรค แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการกินน้ำตาลมาก เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เบาหวานสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาได้จัดคำกล่าวนี้ในกลุ่ม “ความเชื่อลวง” ซึ่งผมก็เห็นด้วย สมาคมเบาหวานมีความเห็นว่า แคลอรีส่วนเกินที่ร่างกายรับเข้าไป ไม่ว่าจะมาจากน้ำตาล ไขมัน หรือการกินที่เกินพอดีล้วนแต่เป็นตัวการก่อเรื่องได้เท่าๆ กัน

แต่นักวิจัยไม่น้อยยังไม่ปักใจ มีผลการศึกษาจำนวนหนึ่งที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเครื่องดื่มน้ำตาลสูงที่บริโภคเข้าไป กับความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวาน อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่กินน้ำตาลมากก็มักจะเป็นคนกลุ่มที่กินอาหารเกินอยู่แล้ว ดังนั้นหากคุณกังวลไม่อยากเป็นโรคเบาหวาน ควรลดความวิตกเรื่องการกินน้ำตาลมาก แล้วตั้งใจมุ่งมั่นสูเป้าหมาย คือ ทำน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมด้วยการกินอาหารอย่างสมดุล และออกกำลังกายสม่ำเสมอดีกว่า

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...