อาการซึม สับสนเฉียบพลัน

SPONSORED LINKS

อาการซึม สับสนเฉียบพลันเป็นอย่างไร

ผู้ป่วยที่มีอาการซึม สับสนเฉลียบพลัน จะมีอาการพูดคุยคนละเรื่องไม่เป็นเรื่องราว ซึม สับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก หลงวัน เวลา และสถานที่ มีอาการเห็นภาพหลอนที่คนอื่นไม่เห็น เช่นเห็นญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ผู้ป่วยจะมีสมาธิไม่ดี อาการจะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหรือภายใน 1-2 วัน บางคนอาการหนักถึงกับปีนเตียง ไม่หลับไม่นอน บางคนลุกมาจุดไฟจะเผาบ้านก็มี แต่ในผู้สูงอายุบางคนกลับแสดงอาการนอนมากขึ้น ซึม พูดน้อยลง

อาการนี้มักพบในผู้สูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะเซลล์สมองเริ่มตายมากขึ้น ทำให้ความสามารถของสมองลดลง รองรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายได้ไม่ดีเท่าสมองของคนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุที่รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลร้อย 10-20 เกิดอาการนี้ขณะนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และถ้าต้องได้รับการผ่าตัด เช่น ผ่าตัดข้อสะโพกหรือป่วยหนัก โอกาสเกิดอาการนี้ยิ่งสูงขึ้น

สาเหตุ

อาการซึม สับสนเฉียบพลันถือเป็นภาวะค่อนข้างเร่งด่วนที่ต้องไปพบแพทย์ เพราะเกิดจากความผิดปกติบางอย่างของร่างกายที่ซ่อนอยู่ไม่ใช่จากโรคของจิตใจ สำหรับความผิดปกติทางกายที่สำคัญ ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการนี้ได้แก่

  • ยา ที่กล่าวถึงยาเป็นสาเหตุแรกเพราะพบได้บ่อยมาก ยิ่งถ้ากินยาหลายชนิดยิ่งมีโอกาสเกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลันสูง ตัวอย่างยาที่เป็นสาเหตุ เช่น ยาลดน้ำมูก ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคพาร์คินสัน เพราะฉะนั้นถ้าเพิ่งได้รับยาใจมาไม่นาน หรือมีการปรับขนาดยาหรือวิธีการกินยา ก่อนเกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลัน ให้หยุดยาดังกล่าวแล้วไปปรึกษาแพทย์ โดยนำตัวอย่างยาทั้งหมดไปให้แพทย์ดูด้วย

อีกกรณีหนึ่ง เกิดจากการหยุดยาบางตัวอย่างกะทันหัน เช่น กินยานอนหลับมานานแล้วหยุดทันที หรือบางคนดื่มเหล้าจัดมานานแล้วหยุดดื่มทันที ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็อาจทำให้เกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลันได้

  • โรคติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องติดเชื้อในสมอง การติดเชื้อที่อื่นก็เป็นสาเหตุของอาการซึม สับสนได้ เช่น ในทางเดินปัสสาวะหรือปอด หรือเป็นหวัด (แต่กรณีหลังนี้มักเกิดในผู้ป่วยที่มีปัญหาของสมองอยู่เดิม) ผู้ป่วยจะมีไข้และมีอาการของอวัยวะที่ติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะก็จะมีอาการปัสสาวะขัด ขุ่น ปัสสาวะบ่อย ปวดบั้นเอว ถ้าติดเชื้อที่ปอดก็จะมี ไข้ ไอ เหนื่อยหอบ แต่ถ้าอายุมากแล้วอาจไม่มีไข้และอาการของอวัยวะที่ติดเชื้อไม่ชัดเจน
  • ความผิดปกติของระดับน้ำตาลและเกลือแร่ในร่างกาย กรณีนี้มักเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคบางโรคอยู่เดิม เช่น เป็นโรคเบาหวานแล้วได้รับยาเบาหวาน แต่มีช่งที่กินอาหารได้น้อย จึงเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป หรือผู้ป่วยโรคไตมีระดับเกลือแร่ผิดปกติ
  • โรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจวาย หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ดีทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ โรคถุงลมโป่งพองมีอาการหอบเหนื่อยมากๆ ร่างกายขาดออกซิเจน สมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือโรคตับแข็ง ตับไม่สามารถทำลายของเสียในร่างกาย ทำให้มีของเสียคั่งในสมอง
  • หากผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อมอยู่เดิม จะยิ่งมีโอกาสเกิดอาการซึมสับสนเฉียบพลันได้ง่าย บางครั้งแค่เปลี่ยนผู้ดูแลหรือย้ายมานอนในโรงพยาบาลก็มีอาการได้

การป้องกัน

  • พยามยามให้ผู้ป่วยได้ทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ซึ่งถือเป็นการกระตุ้นร่างกายและสมอง ทั้งยังทำให้ไม่สับสนเรื่องเวลาอีกด้วย
  • พยายามพูดคุยกับผู้สูงอายุบ่อยๆ ถามคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ในครอบครัวและสังคม พยายามให้ผู้ป่วยได้เคลื่อนไหว ไม่นอนอยู่แต่บนเตียง ผู้สูงอายุที่พอจะเดินได้ ญาติควรพยายามกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้ลุกเดินไปไหนมาไหน
  • ในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการมองเห็นและการได้ยิน ควรให้ผู้ป่วยสวมแว่นสายตาและเครื่องช่วยฟัง เพราะจะทำให้มองเห็นและได้ยินดีขึ้นทำให้สามารถรับรู้เหตุการณ์รอบตัวได้ดีขึ้น
  • ถ้าผู้สูงอายุไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหน อยู่แต่บ้าน ก็พยามยามให้ได้สัมผัสแสงแดดบ้าง ในช่วงเช้าและเย็น ถ้านอนอยู่บนเตียง ลุกเดินไม่ได้ก็พยามยามเปิดผ้าม่าน หน้าต่าง หรือเปิดไฟให้สว่างในเวลากลางวัน และพยายมหรี่หรือปิดไฟในช่วงกลางคืน
  • ถ้าต้องนอนโรงพยาบาล ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลัน ควรให้ญาติหรือผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุเป็นประจำได้อยู่เฝ้าและนำเครื่องใช้ประจำตัวของผู้ป่วยมาด้วย เช่น หมอนหรือผ้าห่ม เพราะผู้ป่วยจะคุ้นเคย
  • หานาฬิกาและปฏิทิน มาวางไว้ในตำแหน่งที่ผู้ป่วยสูงอายุสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เปิดวิทยุหรือโทรทัศน์เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการกระตุ้นมากขึ้น
  • พยายามให้ผู้ป่วยสูงอายุได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงเสียงและแสงที่รบกวนผู้ป่วยช่วงพักผ่อน เนื่องจากผู้ป่วยสูงอายุที่อดนอนมากๆ บางรายอาจเกิดอาการซึม สับสนได้
  • ทบทวนวัน เวลา และสถานที่ ให้ผู้ป่วยสูงอายุรับทราบเป็นครั้งคราว
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ
  • เมื่อมีอาการเจ็บไข้ไม่สบายใดๆ ควรไปรักษาตั้งแต่แรก
  • ในกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือต้องเข้ารับการผ่าตัดควรได้รับการประเมินจากแพทย์ ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดอาการซึม สับสนเฉียบพลันและการป้องกันไว้ด้วย
  • กรณีที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลควรอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติตัว ขั้นตอนการตรวจและการรักษาให้ผู้ป่วยฟังเป็นระยะ จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายความวิตกกังวลที่อาจนำมาซึ่งอาการซึมสับสนได้
  • ในกรณีที่เกิดอาการซึม สับสนแล้ว ให้รีบหยุดยาที่ไม่แน่ใจและนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดปกติบางอย่างที่เป็นอันตรายต้องรักษาอย่างเร่งด่วน
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...