ภาวะเพลียแดด ลมแดด

SPONSORED LINKS

ความเจ็บป่วยชนิดหนึ่งที่มากับหน้าร้อน ที่หลายๆ คนมองข้ามได้แก่ ภาวะเพลียแดด ลมแดด ทั้งๆ ที่อันตรายเป็นอย่างมากและเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ เนื่องจากความร้อนที่มาเกินไปทำให้เกิดการสูญเสียเหงื่อและสารน้ำมาก เมื่อพูดถึงโรคนี้บางคนอาจคิดว่าน่าจะเกิดเฉพาะในทหารหรือนักกีฬาที่ออกกำลังกลางแจ้งเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังเกิดได้ในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยอีกด้วย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่มาจากเมืองหนาวและไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนอย่างประเทศไทย เมื่อมาถึงใหม่ๆ แล้วออกกำลังกายกลางแจ้งหักโหมหรืออกแดดนานๆ ก็อาจเกิดอาการเหล่านี้ได้เนื่องจากร่างกายยังปรับตัวกับอากาศร้อนได้ไม่ดีพอ

โดยปกติแล้วร่างกายคนเราจะมีอุณหภูมิประมาณ 36-37 องศาเซวเซียส ถ้าอากาศร้อนมากจนร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่ถึง 40 องศาเซลเซียส อาจเกิด “อาการเพลียแดด” และถ้าอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ร่วมกับเริ่มมีอาการทางสมอง เช่น ซึม สับสน ชัก เกร็ง หมดสติ จะเรียกว่า “โรคลมแดด”

อาการ

  • อาการที่บ่องบอกว่าเป็นอาการเพลียแดด ได้แก่ ปวดศรีษะ มึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นตะคริว และมีไข้แต่ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส อาการเพลียดแดดเป็นสัญญาณเตือนว่าต้องรีบแก้ไข ก่อนที่จะเกิดลมแดดซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • อาการลมแดดมีความรุนแรงกว่าเพลียแดด และต้องได้รับการแก้ไขอย่างฉุกเฉิน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนเพลียแดด แต่ตัวแดง ตัวร้อนจัด (เกิน 40 องศาเซลเซียส) ผิวแห้ง ไม่มีเหงื่อ หอบ หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว มีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอน สับสน หงุดหงิด ชัก หรือหมดสติ ภาวะนี้สามารถทำให้เกิดตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด เกิดลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อกได้

ปัจจัยเสี่ยง

ภาวะนี้เกิดได้กับทุกคนที่โดดแดดจัดหรืออยู่ในที่ร้อนจัดเป็นเวลานานแต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคทางสมอง ผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่ดี ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ผู้ที่ติดเหล้า นักกีฬา คนงาน เกษตรกร หรือทหารที่ต้องออกกำลังกายอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานานนอกจากนี้ผู้ที่ได้รับยาบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น ถ้าอยู่ในที่ร้อนๆ นานๆ เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ยากันชัก ยาทางจิตเวชบางชนิด ยาลดน้ำมูก ยาแก้หวัด ยาลดความดัน ยาโรคหัวใจบางชนิด ยาไทรอยด์

การดูแลแก้ไข

หากพบผู้ที่สงสัยว่ามีภาวะลมแดดดังข้างต้น ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและในระหว่างนั้นควรดูแลผู้ป่วยโดย

  • รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่อากาศร้อน นำเข้าที่ร่มหรือห้องแอร์ถ้าไม่มีแอร์ให้เปิดพัดลมและหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเทได้สดวก
  • ถ้าผู้ป่วยยังไม่หมดสติ ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเย็น แต่ไม่ต้องให้ยาลดไข้แอสไพรินหรือพาราเซตามอล
  • พ่นละอองน้ำบนตัวผู้ป่วยและใช้พัดลมเป่า หรืออาจใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัวผู้ป่วย
  • ถ้าผู้ป่วยชักหรือเกร็ง ให้เอาสิ่งกีดขวางรอบตัวผู้ป่วยที่อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอัตรายได้ออก
  • ถ้าผู้ป่วยหมดสติและอาเจียน ให้จับศีรษะผู้ป่วยหันไปด้านข้างเพื่อลดโอกาสในการสำลัก

การป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักติดต่อกันเป็นเวลานานในช่วงที่มีอากาศร้อนจัด โดยถ้าจะออกกำลังกลางแจ้ง ให้เลือกช่วงเช้าหรือเย็น
  • ในช่วงอากาศร้อน ควรสวมเสื้อผ้าที่โปร่ง ไม่หนา ระบายอากาศดี สีอ่อน สวมหมวกหรือถือร่มกันแดด และใช้ครีมกันแดดที่ค่า SPF ไม่ต่ำกว่า 15
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา และกาแฟ ก่อนออกกำลังกาย
  • ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน หากไปประเทศเมืองร้อน อย่างเพิ่งออกกำลังกายหักโหมในที่ที่อากาศร้อน ควรให้ร่างกายมีการปรับตัวอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • ผู้ที่มีโรคหรือกินยาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน
  • ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยหรือเด็กเล็ก ควรระมัดระวังเรื่องอุณหภูมิอากาศ ไม่ให้ร้อนอบอ้าว และควรให้ได้รับน้ำยาเพียงพอ

ภาวะเพลียแดด ลมแดดเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถป้องกันได้หากทุกคนตระหนักและรู้วิธีการป้องกัน

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...