โรคต้อหิน

SPONSORED LINKS

ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการมองเห็น ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาเนื่องจากความชรา และจากการที่มีโรคต่างๆ เช่น ต้อกระจก ต้อนหิน จอประสาทตาเสื่อม (late age-related maculopathy) โรคประสาทตาฝ่อ (optic atrophy) และโรคแก้วตาขุ่น (corneal opactiy) หรือเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆ ต่อตา เช่น โรคเบาหวาน จากการสำรวจพบว่า ผู้สูงอายุไทยมีโรคของเลนส์ กระจกตา เปลือกตา เยื่อบุตา และจอประสาทตา ประมาณร้อยละ 79, 41, 25, 22, 14 ตามลำดับ

โรคต้อหิน เป็นกลุ่มโรคจากหลายสาเหตุ ที่ทำให้เกิดการทำลายเส้นประสาทตาที่จอตา ทำให้มุมมองการเห็นแคบลง โดยในระยะแรกจะมีผลต่อรอบๆ ลานสายตา เมื่อเป็นมากขึ้นลานสายตาจะแคบลงเรื่อยๆ ซึ่งมักสัมพันธ์กับระดับความดันในลูกตาที่สูงขึ้น โดยทั่วไปคือ มากกว่า 21 มิลลิเมตรปรอท แต่จำนวนผู้ป่วยหนึ่งในสี่ถึงครึ่งหนึ่ง อาจมีระดับความดันลูกตาที่สูงขึ้นและระยะเวลาที่ความดันลูกตาที่สูงนั้น อย่างไรก็ตามผลของการทำลายจอประสาทตาในผู้ที่ความดันลูกตาเป็นปกตินั้น ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคต้อหิน

  • เชื้อชาติบางเชื้อชาติ เช่นชนชาติผิวดำ
  • อายุมากกว่า 40 ปี
  • สายตาสั้นมาก
  • เบาหวาน
  • มีประวัติครอบครัวเป็นต้อหิน

อาการของโรคต้อหิน

ถ้าเป็นต้อหินแบบเรื้อรัง จะไม่มีอาการปวดตา อาการจะค่อยๆ เป็นมากขึ้น การมองเห็นในระยะแรกยังปกติ ต่อมาลานสายตาค่อยๆ แคบเข้า คือมองด้านข้างไม่เห็น เมื่ออาการเป็นมากอาจมองเห็นแคบคล้ายกับมองผ่านท่อน้ำกลวงๆ คือไม่เห็นภาพรอบๆ เห็นแต่ตรงกลาง ส่วนต้อหินชนิดเฉียบพลัน จากระดับความดันลูกตาที่ขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จะมีอาการปวดตา ตาแดง คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจมองเห็นวงสีรุ้งรอบหลอดไฟ

การตรวจประเมินต้อหิน จักษุแพทย์จะตรวจดูตาภายนอก ส่องดูจอ ประสาทตา วัดความดันลูกตา และวัดลานสายตาการมองเห็น

การรักษา

ในช่วงแรกอาจเป็นการรักษาด้วยยาหยอดตาก่อน เพื่อเพิ่มการระบายน้ำในลูกตาหรือลดการผลิตน้ำในลูกตา ทำให้ความดันในลูกตาลดลง ซึ่งมักเริ่มจากการใช้ยาทีละชนิด หากได้ยาสองชนิดแล้วยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจแพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดเลเซอร์ หรือผ่าตัดลูกตา เพื่อช่วยให้น้ำลูกตาระบายออกได้ดีขึ้น

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Kin ประกาศโครงการพัฒนาระบบนิเวศ Kin

เมื่อปีพ. ศ. 25 ...