โรคจอประสาทตาเสื่อม

SPONSORED LINKS

โรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration:AMD) เป็นโรคของตาที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาด้านการมองเห็นในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่โดยทั่วไปมักเกิดในผู้สูงอายุ เกิดจากการเสื่อมขอจอประสาทตาบริเวณที่สำคัญ ใกล้ศูนย์กลางของจอประสาทตา เรียกว่า จุดกลางรับภาพจอประสาทตา (macula) ซึ่งเป็นต่ำแหน่งที่สำคัญสำหรับการมองภาพให้ชัด และบริเวณตรงส่วนกลางของภาพ ปกติจอประสาทตาจะอยู่ด้านหลังของลูกตา มีเซลล์จำนวนเป็นล้านๆ ทำหน้าที่ในการรับแสงแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปตามเส้นประสาทตาเพื่อไปประมวลการมองเห็นโดยสมอง ส่วนของจุดกลางรับภาพจอประสาทตาจะเป็นส่วนที่ไวที่สุดของจอประสาทตา ถ้าจุดรับภาพนี้เสีย จะทำให้มองภาพไม่ชัดเห็นเหมือนมีจุดดำบังตรงกลางภาพเห็นภาพสีไม่สดใสหรือภาพบิดเบี้ยวไป

ปัจจัยเสี่ยง

  • สูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดจอประสาทตาเสื่อมถึง 2 เท่า
  • เชื้อชาติ ชาวคอเชี่ยน (ฝรั่งผิวขาว) มีความเสี่ยงสูงกว่า
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็น และพันธุกรรม

อาการ

ในผู้ป่วยบางคนโรคนี้เกิดขึ้นชาๆ แต่ในบางรายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มีปัญหาในการมองเห็นของตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง โดยโรคจอประสาทตาเสื่อม จะทำให้ผู้สูญเสียการมองเห็นบริเวณกลางภาพเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็มีผลรบกวนการดำเนินชีวิตค่อนข้างมาก โดยการสูญเสียการมองเห็นจะเห็นภาพเหมือนมีจุดดำบังตรงกลาง เห็นภาพสีไม่สดหรือภาพบิดเบี้ยวไป

การตรวจวินิจฉัย

ในระยะแรกของโรคจอประะสาทตาเสื่อม อาจไม่มีอาการ การวินิจฉัยทำได้ในกรณีที่มีการตรวจตาประจำปี จึงควรตรวจตาเป็นประจำ โดยบุคคลทั่วไปอายุระหว่าง 40-64 ปี ที่ไม่มีอาการผิดปกติในการมองเห็น ควรได้รับการตรวจสุขภาพตา (รวมทั้งตรวจจอประสาทตา) ทุก 2-4 ปี สำหรับคนที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจทุก 1-2 ปี

การตรวจตาเพื่อวินิจฉัยโรคนี้ ในขั้นแรกจักษุแพทย์จะตรวจวัดการมองเห็น โดยขยายม่านตาเพื่อส่องดูจอประสาทตา ใช้แผ่น Amsler grid ลักษณะภาพคล้ายตาข่ายให้ผู้ป่วยมอง ถ้ามองเห็นภาพที่ Amsler grid ผิดปกติไป คือ ลายเส้นบิดเบี้ยวบริเวณกลางภาพ ถือว่าผิดปกติ จากนั้นจักษุแพทย์ผู้เชียวชาญทางโรคจอประสาทตา จะตรวจหาความผิดปกติที่จอประสาทตา โดยวิธีตรวจพิเศษด้วยการฉีดสีถ่ายภาพ หรือตรวจจอประสาทตาด้วยคลื่นแสงแล้วถ่ายภาพ เพื่อดูลักษณะและขอบเขตความผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อวินิจฉัยและวางแนวทางการรักษา

การป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม

  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • กินผักใบเขียวและปลา
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ควบคุมระดับความดันและไขมันในเลือด หากไม่เคยเป็นมาก่อนควรตรวจวัดความดันและไขมันเป็นระยะตามความเหมาะสม
  • ตรวจสายตาเป็นระยะตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถพบโรคตั้งแต่ในระยะแรก

การรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อม

ในระยะแรกไม่มีวิธีการรักษาที่ได้ผล สิ่งที่ควรกระทำ คือ ป้องกันการดำเนินโรคด้วยวิธีการปรับพฤติกรรมข้างต้น และตรวจตาเป็นระยะ

ในระยะกลางและระยะที่เป็นรุนแรง มีการศึกษาว่าการใช้วิตามินและเกลือแร่บางชนิด จะช่วยลดความเสี่ยงของการดำเนินไปสู่โรคที่รุนแรงได้ 1 ใน 4 โดยการใช้วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ธาตุสังกะสีและทองแดง แต่ต้องในขนาดที่เหมาะสม

ในกลุ่มผู้ที่มีหลอดเลือดผิดปกติที่สร้างขึ้นใหม่งอกอยู่ใต้จอประสาทตาจะมีการรักษาด้วยการฉีดยาเข้าไปในลูกตา เพื่อยับยั้งการสร้างหลอดเลือดใหม่นี้ มักต้องฉีดทุกเดือนอยู่หลายครั้งและมียาหลายชนิด โดยจักษุแพทย์จะหยอดยาชาที่ตา และหลังฉีดอาจให้ยาปฏิชีวนะมาหยอดตาต่อ

การรักษาด้วยการใช้เลเซอร์

การรักษาด้วยการใช้เลเซอร์ โดยมี 2 ชนิดคือ เลเซอร์เย็นและเลเซอร์ร้อน

  • การรักษาแบบ เลเซอร์เย็น จะต้องฉีดยาบางชนิดเข้าหลอดเลือดดำ ยาที่ฉีดจะไปจับกับหลอดเลือดที่งอกใหม่ที่จอประสาทตาแล้วแพทย์จะฉายแสงเลเซอร์เพื่อทำให้หลอดเลือดที่มียาจับอยู่นั้นทำให้ยับยั้งการเติบโตของหลอดเลือด โดยมีผลต่อจอประสาทตาส่วนอื่นน้อย
  • ในขณะที่ เลเซอร์แบบร้อน เพื่อทำลายหลอดเลือดที่งอกใหม่นั้น โดยทั่วไปมักเลือกทำในกรณีที่บริเวณจอประสาทตาเสื่อมอยู่รวมกันเป็นบริเวณแคบๆ และห่างไกลจากศูนย์กลางของ macula แต่ก็ยังอาจมีผลทำลายจอประสาทตาข้างเคียง ทำให้การมองเห็นลดลงได้หลังรักษา แต่โดยทั่วไปแล้ว การสูญเสียการมองเห็นจะไม่รุนแรงเหมือนที่เกิดขึ้นเองจากโรคจอประสาทตาเสื่อมที่ไม่ได้การรักษาโดยการฉายแสงเลเซอร์

นอกจากนั้นยังมีการรักษาด้วยการผ่าตัดน้ำวุ้นลูกตา จอประสาทตาเพื่อทำลายหรือนำหลอดเลือดที่งอกผิดปกติออกจากใต้จอประสาทตารวมทั้งแก้ไขภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ของโรค เช่น ภาวะเลือดออกใต้จอประสาทตา แม้ว่าผลการผ่าตัดจะดี แต่คนไข้ก็จะมีการมองเห็นลดลงหลังการรักษา เหมือนการฉายแสงเลเซอร์ร้อน

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Locid Motors อยู่ระหว่างการเจรจาสร้างโรงงานรถยนต์ EV ในซาอุดีอาระเบีย

Locid Motors อย ...

Translate »