โรคข้อเสื่อม

SPONSORED LINKS


โรคข้อเสื่อม เป็น ” โรคข้ออักเสบ ” ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ สาเหตุเกิดจากกระบวนการสึกหรอของข้อ ทำให้ผิวข้อไม่เรียบและมีปุ่มกระดูกงอก ทำให้เกิดอาการปวดขัด มีเสียงดังเมื่อขยับข้อ และข้อผิดรูปไป โดยทั่วไปอาการมักจะค่อยๆ เป็นมากขึ้นโดยมักเป็นที่ข้อเข่า ข้อสะโพก หลัง กระดูกคอ และข้อนิ้วมือ มักมีอาการปวดเมื่อข้อนั้นๆ ถูกใช้งานมากขึ้น

โรคข้อเข่าเสื่อม อาจมีผลทำให้เดินไม่คล่อง ลุกจากที่นั่งหรือเดินขึ้นที่สูงลำบาก เนื่องจากปวดเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาไม่ค่อยมีแรง บางคนเดินแล้วเกิดอาการเข่าอ่อนพับและหกล้ม ถ้าไปตรวจกับแพทย์ แพทย์มักซักประวัติของอาการ ตรวจลักษณะข้อและกล้ามเนื้อ และอาจเอกซเรย์ข้อที่เสื่อมนั้น โดยลักษณะผลเอกซเรย์ข้องข้อที่ผิดปกติจะมีกระดูกที่ข้องอกโตขึ้นและช่องว่างระหว่างผิวข้อแคบลง

การปฏิบัติตัว

ถ้าข้อเข่าเสื่อมแล้วไม่มีอาการ หรือไม่ส่งผลรบกวนการทำกิจวัตรประจำวัน ก็อาจไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ควรป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้น แต่ถ้าทำให้เกิดอาการปวดหรือมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาควบคู่ไปด้วย การปฏิบัติตัวเมื่อมีโรคข้อเสื่อม ได้แก่

  • การลดน้ำหนักตัว การที่มีน้ำหนักตัวเกินจะทำให้ข้อเข่าหรือข้อสะโพกที่เสื่อมถูกกดทับมากขึ้นและเสื่อมมากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่ควรถือของหนักเป็นเวลานานๆ เนื่องจากมีผลเพิ่มการกดทับข้อที่เสื่อมมากขึ้นด้วย
  • หลีกเลี่ยงการนั่งบนพื้น นั่งพับเพียบ คุกเข่า หรือนั่งขัดสมาธิ เนื่องจากทำให้ข้อมีการเสียดสีมากและทำให้มีอาการมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีผลเสียกับข้อเข่า เช่น การยืนนานๆ การเดินขึ้นบันไดหรือทางลาด
  • ถ้ามีข้อเข่าเสื่อมควรออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขา เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของข้อ โดยนั่งบนเก้าอี้ที่มีความสูงระดับเข่า แล้วยกขาขึ้นทีละข้างกระดกปลายเท้าขึ้นจนสุด และเกร็งค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นจึงเปลี่ยนข้างควรพยายามทำวันละหลายๆ ครั้ง อาจทยอยแบ่งทำทีละ 30 ครั้ง วันละ 3 เวลา ถ้ามีความเคยชินมากขึ้น อาจใช้ถุงทรายหนักประมาณ 1 กิโลกรัมพันรอบขาเหนือระดับตาตุ่ม แล้วยกขาขึ้น 10 วินาทีต่อครั้งเช่นเดิม
  • ถ้ามีอาการปวดข้อ อาจประคบเย็นด้วยถุงน้ำแข็งทุก 3-4 ชั่วโมง ประคบครั้งละประมาณ 15-20 นาที หรืออาจประคบร้อนด้วยถุงน้ำร้อนหรืออาบน้ำอุ่นประมาณ 15-20 นาที
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเลือกกิจกรรมที่ไม่มีผลเสียกับข้อ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือเดิน
  • ถ้าปวดมาก อาจใช้ยาแก้ปวด โดยใช้ยาพาราเซตามอล ถ้าไม่ได้ผลอาจใช้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ แต่ต้องระวังว่ายาอาจระคายเคืองกระเพาะอาหาร และอาจมีผลเสียต่อไต ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่ อาจทำให้ความดันสูงขึ้นได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจก่อนใช้
  • สำหรับสารกลูโคซามีนและคอนดรอยติน แพทย์อาจพิจารณาใช้และดูการตอบสนองว่าดีขึ้นหรือไม่ใน 2-3 เดือน ถ้าไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาหยุดใช้
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Kin ประกาศโครงการพัฒนาระบบนิเวศ Kin

เมื่อปีพ. ศ. 25 ...