อาการปวดใบหน้าจากการปวดปลายประสาท

SPONSORED LINKS

อาการปวดใบหน้าจากการปวดปลายประสาท (Trigeminal neuralgia) เป็นโรคที่มักพบในผู้ป่วยอายุมากกว่า 30 ปี โดยอายุเฉลี่ยของผู้ที่เป็นคือประมาณ 50 ปี อาการจะรุนแรงเหมือนไฟชอร์ต ปวดแปล๊บบริเวณใบหน้า ซึ่งมักเป็นตามบริเวณใบหน้าส่วนที่เลี้ยงด้วยแขนงประสาทคู่ที่ 5 โดยบริเวณที่เป็นบ่อยคือ ตั้งแต่ระดับใต้ตาถึงมุมปากหรือบริเวณระหว่างมุมปากถึงคาง มีเพยงน้อยกว่าร้อยละ 5 ที่จะเกิดในบริเวณเหนือตาขึ้นไปและหน้าผาก (ยกเว้นในกรณีที่เคยเป็นโรคงูสวัดบริเวณนี้) และร้อยละ 10-15 อาจเกิดทั้งใบหน้าครึ่งซีก ส่วนใหญ่เป็นเพียงข้างเดียว มีส่วนน้อยร้อยละ 3-5 ที่มีอาการทั้งสองข้างของใบหน้า อาการจะเกิดขึ้นเป็นพักๆ แต่ละครั้งปวดไม่กี่วินาทีแล้วหายไป อาจถูกกระตุ้นด้วยการทำสิ่งต่างๆ เช่น แปรงฟัน เคี้ยว พูด ล้างหน้า ซึ่งผลการตรวจร่างกายจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ บางครั้งผู้ป่วยเข้าใจว่าเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับฟันและเหงือก จึงไปตรวจกับทันตแพทย์แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ

การรักษา แบ่งเป็นการรักษาด้วยยาและการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยในกรณีที่ไม่มีสาเหตุนั้นแพทย์จะเริ่มรักษาด้วยยาก่อน ซึ่งการที่ผู้ป่วยตอบสนองต่อยา ไม่ได้หมายความว่าอาการปวดนี้ไม่มีสาเหตุเสมอไปโดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะตอบสนองต่อยาภายใน 2-3 วัน

ยาที่นำมาใช้ ได้แก่ carbamazaepine ซึ่งได้ผลร้อยละ 60-80 แต่อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น ง่วง ซึม มึนงง เดินเซ เป็นผื่นที่ผิวหนัง เม็ดเลือดขาวต่ำ เม็ดเลือดทุกชนิดต่ำ และระดับโซเดียมในร่างกายต่ำ การใช้ยา oxcarbazepine ได้ผลใกล้เคียงกับ carbamazepine แต่เกิดปฏิกิริยาระหว่างยาน้อยกว่า ไม่ต้องตรวจเช็กเม็ดเลือดและการทำงานของตับเป็นระยะ ยาอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน เช่น baclofen, phenytoin, gabapentin และ pregabalin การเริ่มให้ยาควรเริ่มจากขนาดต่ำๆ และปรับจากขนาดยาช้าๆ เมื่อรักษาได้ผลหรืออาการหายไปแล้ว 1-2 เดือน จึงค่อยๆ ปรับลดขนาดยาลง

สำหรับการรักษาโดยการผ่าตัด จะพิจารณาทำในรายที่ไม่ตอบสนองต่อยาหรือในบางรายที่มีสาเหตุ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้หลายวิธี แต่ผลข้างเคียงที่สำคัญคือ อาการชาที่ใบหน้าหรือการรับรู้สึกที่กระจกตาลดลงและทำให้เกิดแผลที่กระจกตาได้

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Kin ประกาศโครงการพัฒนาระบบนิเวศ Kin

เมื่อปีพ. ศ. 25 ...