อาการปวดศีรษะในผู้สูงอายุ

SPONSORED LINKS

ผู้สูงอายุมีอาการปวดศีรษะไม่บ่อยเท่าคนหนุ่มสาว โดยพบว่าในช่วงอายุ 21-34 ปี ผู้หญิงร้อยละ 92 และผู้ชายร้อยละ 74 จะมีอาการปวดศีรษะ ในช่วงอายุ 55-74 ปี จะลดลงเป็นร้อยละ 66 และร้อยละ 53 ตามลำดับ และในช่วงอายุมากกว่า 75 ปี ลดเหลือร้อยละ 55 และร้อยละ 22 แต่อาการปวดศรีษะก็ยังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และมีความแตกต่างจากผู้ที่อายุน้อยกว่าดังนี้

  • มีโอกาสเกิดจากโรคปวดศีรษะชนิดไม่มีความผิดปกติในสมอง เช่น ไมเกรนหรือปวดจากกล้ามเนื้อตึง น้อยกว่าคนหนุ่มสาวแต่โรคปวดศีรษะชนิดไม่มีความผิดปกติในสมอง ก็ยังเป็นอาการส่วนใหญ่ของอาการปวดศีรษะในผู้สูงอายุ (พบร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับผู้ที่อายุน้อยกว่า ซึ่งพบสูงกว่าร้อยละ 90 )
  • ผู้สูงอายุมีโอกาสปวดศีรษะจากโรคที่มีความผิดปกติสูงขึ้นโดยพบว่าเป็นสาเหตุได้ถึง 1 ใน 3 เช่น จากหลอดเลือดอักเสบก้อนเนื้องอกในสมอง ความผิดปกติของโรคทางกายหรือโรคเมแทบอลิก
  • กลุ่มที่เป็นโรคปวดศีรษะชนิดไม่มีความผิดปกติในสมองอาการจะไม่แสดงออกชัดเจน ไม่เหมือนผู้ป่วยที่อายุน้อย
  • ผู้สูงอายุมีโรคที่เกิดร่วมด้วยหลายอย่าง จึงทำให้การวินิจฉัยและการรักษาทำได้ยากกว่าปกติ

อาการปวดศีรษะในผู้สูงอายุ ชนิดที่มีสาเหตุพบได้มากขึ้น จึงควรระมัดระวัง และสังเกตอาหาร โดยถ้ามีอาการบางอย่างต่อไปนี้เกิดขึ้นต้องไปปรึกษาแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นการปวดศีรษะชนิดมีสาเหตุ

  • ปวดศีรษะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดกะทันหัน ต้องระวังว่าอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดในสมองแตกหรือผนังหลอดในสมองถูกเซาะ
  • มีไข้หรืออาการตามระบบที่อวัยวะอื่น อาจเกิดจากโรคเยื่อหุ้มสมอง อักเสบ สมองอักเสบ ไซนัสอักเสบ หรือหลอดเลือดอักเสบ
  • มีอาการหรืออาการแสดงที่น่าสงสัยว่ามีรอยโรคในสมอง เช่น แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชาครึ่งตัว ใบหน้าเบี้ยว เห็นภาพซ้อน พูดได้ไม่ชัดหรือไม่ได้ฟังฟังไม่เข้าใจ เป็นต้น
  • เริ่มปวดศีรษะครั้งแรกตอนอายุมากกว่า 50 ปี ซึ่งอาจเกิดจากโรคบางโรคที่พบบ่อยในกลุ่มอายุนี้ เช่น หลอดเลือดอักเสบ เนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง เลือดคั่งในสมอง
  • ในกรณีที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรังมาก่อน ถ้าอาการปวดเปลี่ยนไปจากเดิมทั้งในด้านตำแหน่ง ความรุนแรง ความถี่ และลักษณะการปวดต้องระวังว่าจะมีความผิดปกติอื่นเกิดขึ้น
  • มีอาการปวดมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่าทาง เบ่งขับถ่าย หรือไอจาม เช่น โรคความดันในกะโหลกศีรษะต่ำจะมีอาการปวดศีรษะมากขึ้น เมื่อลุกขึ้นนั่ง หรือยืน ผู้ป่วยที่มีความดันในกะโหลดศีรษะสูงหรือมีก้อนในสมอง จะมีอาการปวดมากขึ้นในท่านอนราบ
  • มีอาการปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือต้องใช้ยาแก้ปวดมากขึ้นเพื่อบรรเท่า
  • มีประวัติเป็นโรคมะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือติดเชื้อเอดส์ ทำให้ต้องนึกถึงการแพร่กระจายของมะเร็งมาที่สมอง และโรคติดเชื้อในระบบประสาท
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...