โรคไขมันในเลือดสูง

SPONSORED LINKS

ความสำคัญของไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดสูง เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุที่มีไขมันไม่ดี (LDL) สูง มีประมาณร้อยละ 40-50 และผู้สูงอายุที่มีไขมันดี (HDL) ต่ำ มีประมาณร้อยละ 40 ผู้ป่วยจะไม่มีอาการจากไขมันในเลือดสูง แต่อาจมีปัญหาระยะยาวจากการที่ไขมันในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน แล้วทำให้หลอดเลือดแข็งตัวตีบตัน เกิดโรคแทรกซ้อนต่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบ (อัมพฤกษ์)

สาเหตุ

ผู้ป่วยบางคนมีสาเหตุจากพันธุกรรมที่ถ่ายทอดมาจากพ่อหรือแม่ บางคนมีสาเหตุจากโรคต่างๆ เช่น โรคตับ โรคไตบางชนิดต่อมไทรอยด์ทำงานลดลง โรคเบาหวาน ดื่มแอลกอฮอล์ อ้วน ใช้ยาบางชนิดเช่น ยาขับปัสสาวะ ยาสเตียรอยด์ ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาคุมกำเนิด ยาต้านโรคจิตเภท และที่สำคัญคือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ไม่ออกกำลังกาย กินอาหารไขมันสูง หรือกินแป้ง น้ำตาลของหวานมาก ส่งผลให้ไตรกลีเซอไรด์สูง

เกณฑ์การตัดสินว่าไขมันในเลือดสูง

ไขมันในเลือดประกอบไปด้วยคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์ แอลดีแอล (Low density lipoprotein : LDL) และแอชดีแอล (High density lipoprotein : HDL) โดยมีเฉพาะไขมันเอชดีแอลเท่านั้นที่ดีต่อร่างกาย คือถ้าค่าสูงจะดี (เกิน 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) ถ้าค่าต่ำจะไม่ดี (ต่ำกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร) ส่วนไขมันชนิดอื่น ถ้ามีปริมาณสูงเกินเกณฑ์ถือว่าไม่ดีต่อร่างกาย การวินิจฉัยว่าเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โดยทั่วไปใช้เกณฑ์ แอลดีแอลเป็นหลัก เนื่องจากคอเลสเตอรอลประกอบด้วยไขมันที่ดี (เอชดีแอล)และไขมันที่ไม่ดี (ไตรกลีเซอร์ไรด์และแอลดีแอล ดังนั้น ถ้าดูระดับคอเลสเตอรอลเพียงอย่างเดียวอาจผิดพลาดได้

เกณฑ์ของไขมันในเลือดผิดปกติมีดังนี้

  • ถ้าไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกดิหลอดเลือดตีบ จะใช้เกณฑ์ค่าแอลดีแอล 160 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดตีบ เช่น เอชดีแอลต่ำ เป็นโรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ มีประวัติคนในบ้านเป็นโรคหัวใจตอนอายุน้อย จะใช้เกณฑ์ค่าแอลดีแอล 130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ถ้าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ หลอดเลือดส่วนปลายตีบ ควรควบคุมค่าแอลดีแอลให้ต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ถ้าเป็นโรคเบาหวานด้วย จะใช้เกษฑ์ค่าแอลดีแอลที่ 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ใครบ้างที่ควรตรวจระดับไขมันในเลือด

ทุกคนควรตรวจเมื่อมีอายุเกิน 35 ปีขึ้นไป ถ้าผลปกติและไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และอายุยังไม่เกิน 45 ปี ในผู้ชาย และ 55 ปี ในผู้หญิง คนในครอบครัวไม่มีประวัติ้ป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่อายุยังไม่มาก (ผู้ชายไม่เกิน 55 ปี และผู้หญืิงไม่เกิน 65 ปี) และยังไม่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองก็ตรวจซ้ำในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวและตรวจไขมันในเลือดพบว่าผลปกติ ก็ให้ตรวจซ้ำในอีก 1-3 ปี

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนไปตรวจระดับไขมันในเลือด

ควรงดอาหารก่อนไปตรวจวัดระดับไขมันในเลือด 9-12 ชั่วโมงแต่สามารถดื่มน้ำเปล่าได้ โดยต้องไม่หลอกตัวเอง คือในช่วง 3 สัปดาห์ ก่อนไปตรวจ ถ้าเคยกินอาหารอย่างไรก็ควรกินอย่างนั้น เพราะถ้ารู้ตัวว่าจะไปตรวจเลือด แล้วควบคุมอาหารอย่างดี อาจทำให้ค่าระดับไขมันไม่สูงทั้งๆ ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงมาตลอดปีและไม่ควบคุมอาหารเลย

เมื่อทราบว่าไขมันในเลือดสูง ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • ควบคุมอาหาร
  • ถ้าน้ำหนักเกินเกณฑ์ ควรลดน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น เดินเร็ววิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ กายบริหาร โดยทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที พยายามให้ออกำลังกายได้ถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์ ในผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่า สามารถออกกำลังกายได้มากน้อยเพียงใด และออกกำลังกายชนิดใดจึงจะเหมาะสม
  • งดสูบบุหรี่ เพราะจะยิ่งทำให้หลอดเลือดอุดตันเพิ่มขึ้น
  • พยายามไม่อยู่เฉย ไม่นั่ง ยืน หรือนอนตลอด ควรทำกิจกรรมต่างๆ สม่ำเสมอ
  • ลดความเครียด
  • ถ้าควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ แล้วยังไม่ได้ผล แพทย์อาจให้กินยาลดไขมัน ซึ่งมีหลายชนิด แพทย์จะพิจารณษจากลักษณะของไขมันที่สูง ว่าผู้ป่วยควรกินยาชนิดใด
  • ตรวจเช็คระดับไขมันในเลือดเป็นระยะตามแพทย์นัด

การควบคุมอาหารในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

  • กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทอดหรือผัดโดยใช้น้ำมัน กินอาหารต้มหรือนึ่ง ซึ่งไม่ใช้น้ำมัน
  • ถ้าใช้น้ำมันควรใช้น้ำมันจากพืชที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน มะกอก ข้าวโพด รำข้าว เมล็ดดอกคำฝอย ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันปาล์มและน้ำมันมะพร้าว เนื่องจากจะทำให้ค่าแอลดีแอลสูงและเกินหลอดเลือดตีบแข็งง่าย
  • งดอาหารที่มีไขมันสูง เช่นเนื้อติดมันและหนัง ถ้าจะกินให้เอามันและหนังออก งดเครื่องในสัตว์ทุกชนิด อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือกินนานๆ ครั้ง เช่น ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง อาหารทะเลพวกกุ้ง ปู และปลาหมีก ไข่แดง
  • อาหารที่สามารถกินเป็นประจำได้คือ เนื้อไม้ติดมัน หรือหนัง ไข่ขาว ปลา ถั่วและธัญพืชต่างๆ
  • ควรกินผักและผลไม้เป็นประจำทุกมื้อ จะช่วยลดการดูดซึมไขมันจากอาหารเข้าสู่ร่างกาย และเพิ่มกากใยในอุจจาระทำให้ ท้องไม่ผูก
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Kin ประกาศโครงการพัฒนาระบบนิเวศ Kin

เมื่อปีพ. ศ. 25 ...