โรคเบาหวาน

SPONSORED LINKS

โรคเบาหวาน คือการที่มีระดับน้ำตาลในร่างกายสูงกว่าปกติโดยปกติแล้วคนเราต้องมีน้ำตาลในร่างกาย เพื่อใช้เป็นพลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆ แต่การมีระดับน้ำตาลสูงเกินไปกลับเกิดผลเสียต่อสุขภาพ โรคเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนชนิดหนึ่งชื่อ “อินซูลิน” หรืออาจเกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินไม่ดีพอ ทำให้อินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งโดยปกติแล้วอินซูนลินจะทำหน้าที่ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยทำให้ร่างกายสามารถใช้น้ำตาลเพื่อให้เกิดพลังงานหรือสะสมไว้ใช้ต่อไป

ชนิดของโรคเบาหวาน

  • ชนิดที่ 1 มักเกดิในเด็ก วัยรุ่น หรือคนอายุน้อยๆ โดยทั่วไปเกิดก่อนอายุ 30 ปี แต่ก็อาจเกิดในคนอายุเท่าไหร่ก็ได้และมีรูปร่างไม่อ้วน ในโรคเบาหวานชนิดนี้ ตับอ่อนจะไม่สามารถผลิตอินซูลินหรือผลิตได้น้อยมากๆ จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยยาฉีดอินซูลิน
  • ชนิดที่ 2 เป็นเบาหวานร้อยละ 95 ของผู้ป่วยเบาหวานไทยทั้งหมดมักเกิดในผู้ที่อายุมากกว่า 30-40 ปีขึ้นไป โดยตับอ่อน สร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรืออาจเกิดจากการที่เนื้อเยื่อไขมัน กล้ามเนื้อ และตับไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถกินยาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

อาการ

ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีอาการปัสสาวะบ่อยขึ้นและมากขึ้น โดยถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกิน 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร จะทำให้มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ จึงปัสสาวะบ่อยขึ้น ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนผู้ป่วยจะมีน้ำหนักตัวลดทั้งๆ ที่กินเก่งขึ้น กระหายน้ำบ่อย และอ่อนเพลียในบางรายอาจมีอาการอื่นๆ เช่น แผลหายช้า คันตามตัว ชาปลายเท้า ตามัว

การวินิจฉัยโรคเบาหวาน

แพทย์จะซักถามอาการและตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด หลังจากผู้ป่วยงดน้ำและอาหารแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งถ้าค่าสูงเกิน 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 2 ครั้งแม้ยังไม่มีอาหาร หรือเกิน 126 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร 1 ครั้ง แต่มีอาการของโรคเบาหวานแล้ว ก็จะถือว่าเป็นโรคเบาหวาน

การป้องกัน

การป้องกันการเกิดโรคเบาหวานที่ดี คือการควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนและการออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากนั้น เมื่อมีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปควรตรวจเลือดเช็กระดับน้ำตาลทุก 3 ปี (ยกเว้นมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเบาหวาน อาจตรวจก่อนอายุ 45 ปี และหมั่นตรวจทุกๆ ปี ดังที่กล่าวแล้วในเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี) แม้ไม่ได้เป็นการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน แต่ก็เป็นวิธีช่วยป้องกันการเกิดปัญหาแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ โดยผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรลดน้ำหนัก ส่วยใหญ่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักมีน้ำหนักตัวเกิน การลดน้ำหนักจะทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการลดการเกิดโรคร่วมอื่นๆ ลงด้วย เช่น โรคความดันโลหิตสูง

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรชั่งน้ำหนักตัวเป็นประจำ เช่นสัปดาห์ละครั้งและเริ่มลดน้ำหนักตั้งแต่น้ำหนักตัวเกินไม่มาก เช่นเกินเพียง 1 กิโลกรัมอย่ารอให้น้ำหนักขึ้นหลายกิโลกรัมแล้วจึงค่อยลด เนื่องจากจะลดได้ยาก

การรักษา

หากผู้ป่วยมีโรคทางกายเรื้อรังที่ซับซ้อนหลายโรค มีปัญหาในการประกอบกิจวัตรประจำวัน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง อาจไม่เข้มงวดในการควบคุมโรคเบาหวานเท่าคนที่แข็งแรงดี แทนที่จะคุมให้ได้ระดับน้ำตาลสะสมที่ร้อยละ 7 อาจยอมให้เป็น 8 หรือ บางรายเป็น 8.5 ได้ เนื่องจากการที่เข้มงวดในผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ และอาจเกิดการเสียชีวิตได้มากขึ้น

การควบคุมระดับน้ำตาล ทำได้โดยวิธีต่างๆ ดังนี้

ควบคุมอาหาร โดยทั่วไปผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีหลักในการกินอาหารดังนี้

  • ควรกินอาหารให้เป็นเวลา เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดแกว่งและอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ ในมื้อที่ไม่ได้กินอาหารหรือกินอาหารเลยเวลา
  • ไม่เติมน้ำตาลในอาหาร ถ้าต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปควรพยายามเลือกอาหารที่ไม่หวาน
  • ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งอาหารกลุ่มนี้มักเป็นอาหารที่ใช้น้ำมันควรเลือกน้ำมันที่มีโอเมกา 3 สูง เช่นน้ำมันมะกอก ควรหลีกเลี่ยงการกินเนย ชีส และมายองเนส เพราะมีไขมันสูง
  • แหล่งของคาร์โบไฮเดรตควรมาจากข้าว ข้าวเหนียว ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ เกี๊ยว มักกะโรนี ขนมปัง เมล็ดธัญพืชมากกว่าพวกขนมหวาน ผลไม้หวานจัด ผลไม้กวนหรือเชื่อม หรือเครื่องดื่มหวานๆ และลูกอม นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงขนมเค้ก คุกกี้ และช็อกโกแลตอีกด้วย
  • เลือกกินโปรตีนจากปลา สัตว์ปีกที่ไม่มีมันหรือหนัง และแหล่งโปรตีนที่ไม่ใช่สัตว์ เช่น เต้าหู้ เมล็ดธัญพืช นมพร่องมันเนย
  • ออกกำลังกาย ชนิด แอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ

ยารักษาโรคเบาหวาน

ยารักษาโรคเบาหวาน สามารถแบ่งออกเป็นยากินและยาฉีด ได้ 4 กลุ่มหลักๆ คือ

  • ยากระตุ้นการหลั่งอินซูลิน จากตับอ่อน ยาเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ยาลดการดูดซึมของน้ำตาลกลูโคสในลำไส้ และยาที่เพิ่มการขับน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ
  • ยาฉีกอินซูลิน จะใช้ในผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 ทุกรายหรือเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่ตอบสนองต่อยากินชนิดเม็ด อยู่ในภาวะผิดปกติ เช่น น้ำตาลในเลือดสูงกว่าค่ามาตรฐานมาก ติดเชื้อรุนแรง หรือในผู้ป่วยที่มีปัญหาการทำงานของตับและไตที่ไม่สามารถใช้ยากินได้
  • ยาฉีด GLP-1 Analog เป็นยาฉีดที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลินและยับยั้งการหลั่งกลูคากอน ลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารทำให้อิ่มเร็วขึ้น ลดความอยากอาหารโดยออกฤทธิ์ที่ศูนย์ความอยากอาหารที่สมองทำให้น้ำหนักตัวลดลง จะใช้เมื่อควบคุมยาตัวอื่ไม่ได้ผล ไม่ได้ใช้เป็นยาตัวแรกในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางโรคเบาหวาน

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน แบ่งออกเป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันและภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง

  • ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะที่มีน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงเกินไปซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยหมดสิติ หรือช็อคได้ในทันที
  • ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง เช่น การเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ (อัมพฤกษ์) ชาปลายมือหรือปลายเท้า ไตวาย โรคเบาหวานขึ้นตาซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้ นอกจากนี้อาจเกิดแผลที่เท้าและเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

หลักในการเลือกอาหารว่างของผู้ป่วยเบาหวาน

  • กินอิาหารว่างเฉพาะเวลาที่หิว ถ้าไม่หิวก็ไม่จำเป็นต้องกิน
  • ควรจำกัดปริมาณพลังงานในอาหารว่าง ไม่ให้เกิน 150 แคลอรี่และไม่ควรกินอาหารว่างในปริมาณที่มาเกินไป
  • เลือกอาหารว่างที่มีเมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วต่างๆ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ เนื่องจากร่างกายจะได้รับโปรตีน วิตามินที่จำเป็น และไขมันไม่อิ่มตัว โดยไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือกมากนัก
  • เลือกกินอาหารว่างที่มีผัก ผักไม่มีคาร์โบไฮเดรต แต่ทำให้อิ่มได้ ทั้งยังมีวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหารซึ่งดีต่อสุขภาพ อาจเลือกกินสดๆ หรือกินกับน้่ำสลัดที่ไมีไขมันไม่สูงมาก

การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรกินอาหารและออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ
  • ไปตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอและกินยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรซื้อยากินเอง
  • ในกรณีที่ต้องฉีดอินซูลิน ต้องฝึกฉีดจนคล่อง เพื่อป้องกันการเกิดความผิดพลาด
  • ตรวจเช็กสายตาและสุขภาพในช่องปากโดยจักษุแพทย์และทันตแพทย์เป็นระยะปีละ 1 ครั้ง อย่ารอจนมีอาการตามัวจึงค่อยไปตรวจ เนื่องจากโรคเบาหวานขึ้นตาในระยะแรก ตาอาจยังไม่มัวและผลการรักษาจะดีกว่า
  • พกน้ำตาลหรือลูกอมติดตัวเสมอ เผื่อในกรณีที่มีอาการน่าสงสัยว่าเกิดภาวะระดับน้ำตายในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
  • ไม่ควรสูบบุหรี่ เพราะจะยิ่งทำให้หลอดเลือดตีบ
  • ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
  • ดูแลรักษาผิวกายให้ดี โดยอาบน้ำด้วยสบู่ที่มีฤทธิ์อ่อนและใช้โลชั่นทาเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการเกาหรือขีดข่วนแรงๆ และรักษาแผลที่มีโดยไม่นิ่งนอนใจ เพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้น เมื่อเวลาเกิดแผลจะหายช้ากว่าคนปกติที่ไม่เป็นโรคเบาหวานนั้นเอง
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...