โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

SPONSORED LINKS

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการที่ผนังของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีการหนาตัว จนทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบหรืออุดตันส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด การทำงานของหัวใจลดลง อาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจวาย หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแบ่งออกเป็น ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ และปัจจัยเสี่ยงที่แก้ไขไม่ได้

ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • โรคอ้วน
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • โรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • ความดันโลหิตสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่แก้ไขไม่ได้ ได้แก่

  • เป็นเพศชาย
  • มีอายุมากกว่า 50 ปี
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

อาการ

อาจเป็นไปได้ตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ในช่วงที่หลอดเลือดหัวใจตีบแต่ยังไม่รุนแรงขนาดอุดตัน เมื่อเริ่มมีอาการอาจแน่นหน้าอก เหมือนมีอะไรมาบีบรัดหรือทับด้านซ้ายหรือตรงกลางหน้าอกเวลาออกกำลัง และบางครั้งร้าวไปที่หัวไหลซ้าย แขนซ้าย หรือกราม ในบางรายอาจมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกกะทันหัน เหนื่อย และเหงื่อแตก ซึ่งควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

การวินิจฉัย

แพทย์ผู้ดูแลจะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจเลือด

การรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับอาการของโรค ถ้ามีเพียงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจรักษาด้วยยากิน หรือยาฉีด แต่ถ้ากล้ามเนื้อหัวใจตายอาจต้องรับยาละลายลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือด หรือสวนหลอดเลือดหัวใจ และขยายด้วยบอลลูน ในบางรายอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหลอดเลือดหัวใจ

การป้องกัน

  • หยุดสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  • ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี ในกรณีที่มีความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือเป็นโรคเบาหวาน ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด
  • กินอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ผัก ผลไม้ และควบคุมอาหารที่มีไขมันสูง
  • การกินยาแอสไพรินในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสูง อาจป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และโทษของยาก่อน
SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

อยากเริ่มเทรดทองแต่ไม่กล้า

🤜กลัวโดนกั๊กราค ...