เมื่อต้องเดินทางโดยเครื่องบิน

SPONSORED LINKS

การที่จะต้องเดินทางโดยเครื่องบินไปที่ใดก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุและญาติกังวงใจคือปัญหาสุขภาพ ซึ่งไม่เหมือนคนวัยหนุ่มสาวที่สามารถเดินทางได้เลย เพราะไม่ค่อยมีโรคประจำตัวแต่ผู้สูงอายุมักมีโรคบางอย่างและสุขภาพไม่แข็งแรง จึงมีเรื่องที่ต้องกังวลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงกดอากาศและปริมาณออกซิเจนที่เปลี่ยนแปลงไปในห้องโดยสารที่ระดับความสูงมากๆ อาจทำให้ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดลดลงร้อยละ 3 ซึ่งในคนทั่วไปจะไม่เกิดปัญหาใด แต่ในผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือโลหิตจาง คือความเข้มเลือด (ฮีโมโกลบิน) ต่ำกว่า 8.8 อาจมีการเหนื่อย และจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนช่วย

เมื่ออยู่บนเครื่องบิน ร่างกายมักขาดสารน้ำ เนื่องจากการลดลงของความชื้นในที่สูง ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำมากๆ ในผู้ที่มีภาวะทุพพลภาพอาจต้องการพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่โดยสารเครื่องบินชั้นประหยัด ซึ่งมีพื้นที่จำกัดและการที่ร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดได้ดังหัวข้อ “Economy class syndrome หรือ โรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดในนักเดินทาง (travelers thrombosis)”

ผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด โดยเฉพาะภายใน 10 วันแรก หลังการผ่าตัดภายในช่องท้องหรือช่องอก ไม่สมควรเดินทางโดยเครื่องบิน เนื่องจากที่ระดับความสูงมากๆ อาจมีการขยายตัวของอากาศในช่องว่าง เช่น ในลำไส้ หรือในช่องเยื่อหุ้มปอด แล้วทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับถุงอุจจาระที่ติดหน้าท้องในผู้ที่ได้รับการผ่าตัดลำไส้ อาจเต็มเร็วขึ้นในช่วงเดินทาง

การเดินทางระยะไกลบนเครื่องบิน อาจทำให้ผู้สูงอายุนั้นมีอาการสับสนได้จากการที่ร่างกายมีระดับออกซิเจนต่ำลง ขาดสารน้ำ และมีอาการเจ็ตแล็ก (jet lag) จากการบินข้ามช่วงเวลาทำให้สับสนเวลา และในการเดินทางผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านสุขภาพ ควรแจ้งต่อสายการบินล่วงหน้าเพื่อจะได้เตรียมสิ่งต่างๆ ไวให้พร้อมบริการ เช่น ออกซิเจนเสริม อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วย อาหารพิเศษ หรือพื้นที่บริเวณกว้างๆ อย่างไรก็ตามทางสายการบินอาจจะมีการพิจารณาความเหมาะสมของสุขภาพผู้เดินทางด้วย อีกครั้งว่าพร้อมจะให้เดินทางหรือไม่

SPONSORED LINKS

About Articlekey

Check Also

Kin ประกาศโครงการพัฒนาระบบนิเวศ Kin

เมื่อปีพ. ศ. 25 ...